โครงการบ้านหลังแรก

โครงการบ้านหลังแรกน่าอยู่

โครงการบ้านหลังแรก กู้ซื้อบ้านข้างหลังแรกของคนเริ่มต้น

โครงการบ้านหลังแรก pool villa เนื่องจากว่าเหตุการณ์วัววิด-19 ระบาดตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ทำให้แนวทางกู้ซื้อบ้านข้างหลังแรกของแต่ละแบงค์ มีการลดหย่อนข้อจำกัด และก็ คุณลักษณะของผู้กู้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งการให้วงเงินพร้อมดอกให้ผู้กู้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย บ้านไม่เกิน 2 ล้าน

แม้กระนั้นเอกสารขอสินเชื่อบ้านที่สำคัญ ก็ยังคงจะต้องใช้ดังเดิม มาดูกันว่า ถ้าหากจำเป็นที่จะต้อง “กู้บ้านข้างหลังแรกในปี 2564” จะต้องเตรียมอย่างไรบ้าง pool villa

โครงการบ้านหลังแรก

First Jobber เริ่มกู้ซื้อบ้านข้างหลังแรก จำเป็นต้องทราบอะไรบ้าง

  • ปัญหาสำคัญของการยืมซื้อบ้านข้างหลังแรก
  • ค่าจ้างรายเดือนมากแค่ไหนถึงจะกู้ซื้อบ้านข้างหลังแรกได้
  • ดำเนินการนานเยอะแค่ไหนถึงจะกู้ซื้อบ้านได้
  • อายุเยอะแค่ไหนถึงเหมาะสมจะกู้ซื้อบ้าน
  • คำตอบภาพรวม ของคุณลักษณะผู้กู้นี้เป็นเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ อายุ 20 ปีขึ้นไป ดำเนินงานประจำอย่างต่ำ 6 เดือน และก็ ผ่านการ ทดสอบงานแล้ว pool villa
  • ต้องมีรายได้ อย่างต่ำ 10,000 – 15,000 บาท ต่อเดือน ไม่สมควรมีภาระหน้าที่หนี้ ที่จำเป็นต้องจ่าย ต่อเดือน เกิน 60% ของรายได้ ถ้าหากกังวลใจ ว่าจะกู้ไม่ผ่าน ควรจะจัดแจงหา ผู้กู้ร่วมแม้กระนั้น เนิ่นๆ

บ้านข้างหลังแรกกู้ได้เยอะแค่ไหน? ต้องการรู้จำต้องคำนวณเป็น

สูตรการคำนวณความรู้ความเข้าใจสำหรับการกู้ซื้อบ้านข้างหลังแรกนั้นง่ายอย่างยิ่ง จากวิธีการของแบงค์ทั่วๆไปที่ปลดปล่อยกู้เริ่มที่ 40% ของรายได้

ด้วยเหตุดังกล่าว ก็เลยคำนวณด้วย การนำค่าตอบแทนรายเดือน มาคูณด้วย 40% ถ้าหากอยากทราบว่า กู้บ้านข้างหลังแรก ได้เยอะแค่ไหน ดูตัวอย่าง การคำนวณ ที่คิดจาก ค่าจ้างรายเดือน 30,000 บาท ดังต่อไปนี้

ช่วงเวลาผ่อนส่ง / วงเงินกู้บ้านข้างหลังแรกสูงสุด

  • 15 ปี / 2,160,000 บาท
  • 20 ปี / 2,880,000 บาท
  • 25 ปี / 3,600,000 บาท
  • 30 ปี / 4,320,000 บาท
  • 35 ปี / 5,040,000 บาท
บ้านหลังแรกน่าอยู่

5 เอกสารสำหรับกู้บ้านข้างหลังแรกที่สำคัญ

แบงค์โดยมากอยากได้เอกสารสำคัญ 5 หมู่นี้ สำหรับยื่นกู้บ้าน ยกตัวอย่างเช่น

1. เอกสารส่วนตัว

แบงค์อยากรู้ ข้อมูลพื้นฐาน ว่าที่ลูกหนี้ ว่าเป็นคนไหนกันแน่ อยู่ที่แห่งไหน มีประวัติเบื้องต้น เป็นเยี่ยงไร 5 รีสอร์ท จังหวัดภูเก็ต เพื่อการันตีว่าลูกหนี้มีตัวตนจริง อาทิเช่น

  • บัตรประชาชน หรือ บัตรที่ดินราชการออกให้
  • ใบแปลงชื่อ สกุล ถ้าเกิดมี
  • ถ้าเกิดแต่งงานแล้วจะขอดู เอกสารสำเนาทะเบียนสมรส กับสำเนา บัตรประจำตัวประชาชนของคู่รัก

**กรณีแต่งงานแล้ว ก็ควรจะมี หนังสือยอม ถามความพร้อมใจ จากคู่บ่าวสาว แนบอยู่ในคำสัญญาด้วย

2. เอกสารด้านการเงิน

แบงค์จะออก สินเชื่อกู้บ้านข้างหลังแรก ให้แก่คนที่มีรายได้ ที่แน่ๆแค่นั้น ไม่ว่าจะเป็น พนักงานประจำ หรือ เจ้าของธุรกิจ ก็จะกำหนดเนื้อหา ไว้อย่างเห็นได้ชัด เอกสารการขอสินเชื่อกู้บ้าน ที่ใช้แสดง ภาวะทางการเงิน ตัวอย่างเช่น

  • กรณีเป็นพนักงานประจำ ใช้ใบรับรองค่าตอบแทนรายเดือน, สลิปค่าจ้างรายเดือนย้อนไป 3 เดือน, สำเนาเดินบัญชีย้อนไป 6 เดือน
  • กรณีเจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ใช้เอกสารสำเนาเดินบัญชีย้อนไป 12 เดือน รวมทั้งหลักฐานการคลังอื่นๆฉบับจริงเพียงแค่นั้น

ถ้าหากลงทะเบียนจะต้องใช้สำเนาทะเบียนการค้า (ทะเบียนบริษัท หรือ ทะเบียนห้างหุ้นส่วน), หลักฐานการเสียภาษีอากรรายได้, ภาพถ่ายธุรกิจการค้า กรณีเป็นวิชาชีพเฉพาะ ใช้สำเนาใบประกอบวิชาชีพด้วย 5 รีสอร์ท จังหวัดภูเก็ต

นอกเหนือจากเอกสาร ที่แสดงสถานะทางด้านการเงิน ในที่กล่าวมานี้ ถ้าคุณพึ่งจะเริ่ม กู้บ้าน แต่ว่าเคยกู้ซื้อ เงิน อื่นๆแต่ว่าปิดปัญชีหมดแล้ว หรือ เอกสารแสดงความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ อื่นๆ

ก็สามารถ ยื่นเพิ่มได้ เพื่อเป็นประกัน ว่ามีรายได้พอเพียง ที่จะชำระหนี้ โดยมาก แม้กู้ผ่าน ผู้แทน หรือ โครงงานบ้าน เขาจะเสนอแนะ ให้แนบไปเพิ่มเติมอีก

3. หนังสือให้ยอมตรวจสถานะเรื่องราวติดหนี้หนี้สิน

4. เอกสารหลักประกัน

หนังสือสัญญา จะซื้อ จะขาย เอกสารการมัดจำ เป็นสิ่งที่ แบงค์จะใช้พิเคราะห์พื้นฐาน เพื่อ เดินทางไปตรวจดู ประมาณค่าทรัพย์สิน

เมื่อกู้ผ่านแบงค์ จะนำโฉนดเข้า ชื่อเป็นของแบงค์ก่อน แล้วถ้าว่า พวกเราผ่อนส่ง กับแบงค์หมด ก็จะทำเรื่องแปลงชื่อ มาเป็นของพวกเรา วันหลัง

5. เอกสารของผู้กู้ร่วม (ถ้าหากมี)

การเป็นผู้กู้ร่วม ไม่เสมือนการเป็น ผู้ค้ำประกัน ของสินเชื่อ อื่นๆการกู้ยืมร่วมเป็นผู้กู้ร่วม จำต้องยื่นเอกสาร แสดงตัวตน และก็ รายได้ รวมทั้งเอกสารยอม ให้ตรวจประวัติความเป็นมา ติดหนี้สิน กับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ด้วย โดยมาก ผู้กู้ร่วม ไม่ว่าจะเป็น วงศ์ญาติ คู่รัก บิดามารดา 5 รีสอร์ท จังหวัดภูเก็ต

อย่าลืมรายจ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้นเมื่อซื้อบ้าน

เมื่อกู้ซื้อบ้านแล้ว พอๆกับว่า คุณก็จะมี ภาระหน้าที่ด้านการเงิน ที่จำเป็นต้องดูแลเยอะขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยจะต้อง นำค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาประเมินกับยอดกู้ซื้อบ้านด้วย อย่างเช่น

  • รายจ่ายวันโอน ยกตัวอย่างเช่น ค่าจำท่วม, อากรแสตมป์, ค่าประเมินพื้นที่ ฯลฯ
  • รายจ่ายเมื่อเริ่มเข้าอยู่ ยกตัวอย่างเช่น ค่าเขียนมิเตอร์น้ำก๊อก รวมทั้ง กระแสไฟฟ้า, ค่าเครื่องเรือน, ค่าเพิ่มเติมเพื่ออาศัย ฯลฯ
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับการบำรุงการรักษาทุกปี เป็นต้นว่า ค่าศูนย์กลาง, รับรองไฟไหม้, ค่าเสียหายปรุงบ้าน, สัญญาประกันชีวิต ฯลฯ